Skip to content

บทสรุป Breaking Bad หลังดูรอบที่ 3: ยิ่งโต ยิ่งเห็นว่า วอลเตอร์ ไวท์ ไม่เคยเป็นคนดี

เวลาที่ใช้อ่าน : 2 นาที

การชม Breaking Bad ผ่านห้วงเวลาเกือบหนึ่งทศวรรษคือบทพิสูจน์แห่งวุฒิภาวะ ในครั้งแรกที่ดูเราอาจหลงใหลในภาพลักษณ์ขบถของวอลเตอร์ ไวท์ ชายวัยกลางคนที่ลุกขึ้นสู้กับโชคชะตา ทว่าเมื่อเราเติบโตขึ้น เลนส์ในการมองโลกกลับเผยให้เห็นความจริงที่น่าสะอิดสะเอียน ว่าแท้จริงแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องราวของคนดีที่ถูกสถานการณ์บีบบังคับให้เลวทราม แต่เป็นเพียงการลอกคราบของชายผู้หมกมุ่นในอีโก้และความทระนงตนที่ซุกซ่อนมาตลอดชีวิต ในขณะเดียวกัน ความรำคาญใจที่เราเคยมีต่อตัวละครอย่างสกายเลอร์และมารี กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้ง พวกเธอไม่ใช่ตัวน่ารำคาญ แต่เป็นเพียงมนุษย์ปุถุชนที่แตกสลายจากการถูกหลอกลวง โดยเฉพาะมารีที่ยึดเหนี่ยวสายใยครอบครัวไว้เหนือสิ่งอื่นใดจนวาระสุดท้าย การระเบิดอารมณ์ของเธอจึงเป็นความชอบธรรมของคนที่ถูกหักหลัง ส่วนเจสซี่ พิงค์แมน คือตัวแทนของความไร้เดียงสาอันโง่เขลาที่ตกเป็นเบี้ยล่างให้ปีศาจปั่นหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างน่าเวทนา และเหนือสิ่งอื่นใด แฮงค์ ชเรเดอร์ ชายผู้สวมตราบังความเปราะบาง ที่ความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีในหน้าที่การงานของเขาเอง ได้นำพาเขาเดินหน้าลงสู่สุสานกลางทะเลทรายอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง นี่คือโศกนาฏกรรมของการทำลายล้างตนเองที่งดงามที่สุดในประวัติศาสตร์วงการโทรทัศน์

ซีซั่น 1: ปฐมบทแห่งการแปรสภาพและข้ออ้างอันชอบธรรม

สสารไม่อาจสูญหาย แต่เปลี่ยนสถานะได้ฉันใด จิตวิญญาณของวอลเตอร์ ไวท์ ก็เริ่มแปรสภาพฉันนั้น จุดเริ่มต้นของซีซั่นแรกทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาผ่านโรคมะเร็งที่ตบหน้าชายวัยกลางคนผู้ล้มเหลว วอลต์ใช้คำว่า “เพื่อครอบครัว” เป็นเกราะคุ้มกันความผิดบาปทั้งหมดอย่างแนบเนียน การตัดสินใจสังหารเครซีเอตในห้องใต้ดินคือการข้ามแม่น้ำรูบิคอนที่ไม่มีวันหันหลังกลับ มันคือวินาทีที่วอลต์ได้สัมผัสกับอำนาจชี้เป็นชี้ตายที่เขาโหยหามาตลอดชีวิต ในแง่ของโครงสร้าง นี่คือซีซั่นที่ปูรากฐานความเปราะบางของตัวละครทั้งหมด เจสซี่ยังเป็นเพียงเด็กหนุ่มข้างถนนที่หลงทาง และสกายเลอร์ยังคงติดอยู่ในภาพลวงตาของครอบครัวแสนอบอุ่น แม้จักรวาลแห่งความเสื่อมทรามนี้จะยังไม่บรรจบกับโลกใต้ดินใน Better Call Saul อย่างเต็มรูปแบบ แต่กลิ่นอายของอาชญากรรมท้องถิ่นอัลบูเคอร์คีก็เริ่มส่งกลิ่นคาวเลือด ปลุกสัญชาตญาณดิบในตัววอลต์ให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลตลอดกาล

ซีซั่น 2: รอยร้าวของผีเสื้อขยับปีกและบททดสอบความเป็นมนุษย์

หากซีซั่นแรกคือการจุดไฟ ซีซั่นที่สองคือการเฝ้ามองควันไฟที่ลอยไปรมควันคนรอบข้าง บาดแผลทางศีลธรรมของวอลต์เริ่มขยายวงกว้างจนยากจะควบคุม การก้าวเข้ามาของ ซอล กู้ดแมน ทนายความผู้เป็นสะพานเชื่อมระหว่างอาชญากรกระจอกกับคาร์เทลระดับชาติ ได้เปลี่ยนสถานะของวอลต์จากมือสมัครเล่นให้กลายเป็นผู้เล่นในเงามืดอย่างเต็มตัว ทว่าจุดพลิกผันที่โหดร้ายที่สุดกลับไม่ใช่การปะทะกับแก๊งค้ายา แต่คือวินาทีที่วอลต์ยืนมอง เจน มาร์โกลิส สำลักยาในร่างจนขาดใจตายโดยไม่ยื่นมือเข้าช่วย การปล่อยให้เจนตายเพื่อดึงเจสซี่กลับมาอยู่ใต้การควบคุม คือการตายของมโนธรรมในใจวอลต์อย่างสมบูรณ์แบบ ผลกรรมนั้นสะท้อนกลับมาในรูปแบบเชิงสัญลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดผ่านเหตุการณ์เครื่องบินชนกันเหนือฟ้าอัลบูเคอร์คี ซากปรักหักพังและตุ๊กตาหมีสีชมพูที่ตกลงมาในสระน้ำ คือรูปธรรมของความพินาศที่เกิดจากความเห็นแก่ตัวของชายเพียงคนเดียว

ซีซั่น 3: มายาคติแห่งการควบคุมและภาพสะท้อนของขั้วตรงข้าม

การก้าวเข้าสู่อาณาจักรของ กัส ฟริง คือการปะทะกันระหว่างความเย่อหยิ่งกับความเป็นมืออาชีพ กัสเปรียบเสมือนภาพสะท้อนในกระจกที่วอลต์อยากจะเป็น ผู้ชายที่ซ่อนความอำมหิตไว้ภายใต้ฉากหน้าของนักธุรกิจผู้สุขุม ทว่าอีโก้ของวอลต์กลับปฏิเสธที่จะเป็นเพียงฟันเฟืองในเครื่องจักรของผู้อื่น ความหลงตัวเองของวอลต์ผลักให้เขาดิ้นรนเพื่อทวงคืนอำนาจเหนือการควบคุม ในขณะเดียวกัน แฮงค์ก็ถูกอีโก้และความหมกมุ่นในคดีปริศนาผลักดันจนต้องเผชิญหน้ากับความตายจากฝาแฝดซาลามังกาจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ซีซั่นนี้จบลงด้วยโศกนาฏกรรมทางจิตวิญญาณที่รุนแรงที่สุด เมื่อวอลต์ใช้ประโยชน์จากความอ่อนแอและความจงรักภักดีแบบโง่เขลาของเจสซี่ บีบบังคับให้เขาเหนี่ยวไกสังหาร เกล เบ็ททิเคอร์ ชายผู้บริสุทธิ์ การยิงครั้งนั้นไม่ได้พรากแค่ชีวิตของเกล แต่ยังพรากเศษเสี้ยววิญญาณสุดท้ายของเจสซี่ไปพร้อมกัน

ซีซั่น 4: กระดานหมากรุกสีเลือดและชัยชนะของปีศาจร้าย

นี่คือฤดูกาลแห่งการห้ำหั่นทางสติปัญญาที่ลุ่มลึกและตึงเครียดที่สุด วอลต์ถูกบีบให้จนมุมราวกับหนูติดจั่น ภายใต้สายตาที่เยือกเย็นของกัส ฟริง ผู้ซึ่งเราได้ประจักษ์ถึงภูมิหลังความแค้นที่ฝังลึกจาก Better Call Saul ว่าเขาทนรอคอยและสร้างอาณาจักรมาอย่างยากลำบากเพียงใด ทว่าในยามที่จนตรอกที่สุด สัญชาตญาณเอาตัวรอดของวอลต์กลับเผยความน่ากลัวจนถึงขีดสุด เขาไม่ลังเลที่จะก้าวข้ามเส้นแบ่งทางศีลธรรมทุกประการด้วยการวางยาพิษ บร็อค เด็กน้อยผู้บริสุทธิ์ เพียงเพื่อปั่นหัวเจสซี่ให้หันกลับมาเป็นเครื่องมือสังหารกัส ความเงียบงันของสกายเลอร์ที่ยอมจำนนต่อสถานการณ์ เริ่มแปรสภาพเธอให้กลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ชัยชนะของวอลต์เหนืออัจฉริยะอย่างกัส ผ่านการใช้ เฮกเตอร์ ซาลามังกา เป็นระเบิดพลีชีพ ไม่ใช่แค่การรอดชีวิต แต่มันคือการประกาศก้องว่า ไฮเซนเบิร์ก คือจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร ประโยคที่ว่าฉันชนะแล้ว คือคำประกาศิตของจอมเผด็จการที่วิปลาสอย่างสมบูรณ์แบบ

ซีซั่น 5: การพังทลายของอาณาจักรและบทกวีแห่งความอนิจจัง

ความยิ่งใหญ่ที่ปราศจากฐานรากย่อมพังทลายลงในพริบตา ซีซั่นสุดท้ายคือผลลัพธ์ของสมการที่วอลต์เขียนขึ้นด้วยความทระนงตน การดึงแก๊งนีโอนาซีเข้ามาทำงานสกปรก คือหลักฐานของความหลงระเริงที่คิดว่าตนเหนือกว่ากฎเกณฑ์ใดๆ แฮงค์ ชเรเดอร์ ชายผู้ยึดมั่นในศักดิ์ศรีจนวินาทีสุดท้าย ต้องมาจบชีวิตลงกลางทะเลทราย ทิ้งให้มารีและสกายเลอร์ต้องเผชิญกับนรกบนดิน วินาทีที่วอลต์สารภาพว่าสิ่งที่ทำไปทั้งหมดคือการทำเพื่อตัวเอง เพราะเขารักและเก่งในเส้นทางนี้ คือการปลดแอกความลวงโลกที่ยืดเยื้อมานานนับปี เจสซี่ พิงค์แมน ผู้แตกสลายและถูกใช้เป็นทาส ต้องขับรถชนรั้วหนีตายออกไปเผชิญวิบากกรรมและหาทางเยียวยาจิตใจใน El Camino วอลต์เลือกที่จะจบชีวิตตัวเองในห้องแล็บ ท่ามกลางเครื่องมือเคมีที่เขารักยิ่งกว่าครอบครัว ลูบไล้ถังต้มยาราวกับสัมผัสคนรัก ก่อนจะล้มลงอย่างสงบ มันคือจุดจบที่ทั้งเยือกเย็นและงดงามราวกับบทกวี Ozymandias ที่เหลือทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังของราชาผู้สูญสิ้นทุกสิ่ง

บทส่งท้าย

และนี่คือเหตุผลที่การกลับมาดู Breaking Bad เป็นครั้งที่ 3 ในช่วงเวลาที่ชีวิตเดินทางมาไกลกว่าครั้งแรก ทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงซีรีส์ที่ “ดูสนุก” อีกต่อไป แต่มันกลายเป็นกระจกที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของคนดูเอง สิ่งที่เราเคยเห็นว่าเป็นความกล้าหาญ อาจกลายเป็นความเห็นแก่ตัว สิ่งที่เราเคยตีตราว่าน่ารำคาญ อาจกลายเป็นความเจ็บปวดที่เราเข้าใจ และตัวละครที่เราเคยคิดว่าเป็นเพียงตัวประกอบในเส้นทางของวอลต์ กลับกลายเป็นมนุษย์ที่ต้องจ่ายราคาจากการตัดสินใจของชายคนหนึ่งอย่างไม่ยุติธรรม

ท้ายที่สุด Breaking Bad ไม่เคยเป็นเรื่องของชายธรรมดาที่ถูกโลกบีบบังคับให้กลายเป็นอาชญากร หากแต่เป็นเรื่องของชายคนหนึ่งที่ใช้ทุกวิกฤตเป็นข้ออ้างเพื่อปลดปล่อยตัวตนที่เขาเก็บซ่อนไว้ภายใต้คำว่า “ครอบครัว” มาตลอด และยิ่งดูซ้ำมากเท่าไร เราก็ยิ่งเห็นชัดว่าโศกนาฏกรรมไม่ได้เกิดขึ้นเพราะวอลต์สูญเสียการควบคุม แต่เกิดขึ้นเพราะเขาค่อยๆ ได้ทุกสิ่งที่ต้องการ ทั้งอำนาจ เงิน การยอมรับ และชื่อเสียง จนท้ายที่สุดไม่เหลืออะไรให้สูญเสียอีกแล้ว

บางทีสิ่งที่น่ากลัวที่สุดของ Breaking Bad จึงไม่ใช่การได้เห็นคนดีคนหนึ่งกลายเป็นปีศาจ แต่คือการค้นพบว่า ปีศาจตนนั้นอาจอยู่ในตัวเขามาตั้งแต่ต้น เพียงรอวันที่จะมีเหตุผลมากพอในการปรากฏตัว

และหลังจากผ่านการเดินทางร่วมกับวอลเตอร์ ไวท์ มาแล้วถึงสามครั้ง ผมคงไม่สามารถมองเขาในแบบเดียวกับวันแรกได้อีกต่อไป

เพราะสุดท้ายแล้ว ไฮเซนเบิร์กไม่ได้เปลี่ยนวอลเตอร์ ไวท์ — เขาเพียงเปิดเผยว่า วอลเตอร์ ไวท์ คือใครกันแน่

แสดงความคิดเห็น : Kitchen Rai

Your email address will not be published. Required fields are marked *


Optimized by Optimole