Skip to content

The Call: สายตรงต่ออดีต [รีวิวหลังดู]

The Call: สายตรงต่ออดีต เริ่มปล่อยฉายพร้อมกัน 19 ประเทศทั่วโลกบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Netflix ไปเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2020 เป็นต้นมา แต่ได้ฉายที่เกาหลีไปก่อนหน้านี้แล้วช่วงปลายเดือนมีนาคม 2020 แต่ไม่ได้ข้ามมาเข้าโรงที่บ้านเรา ก็อาจเพราะปัญหาโควิด-19 ที่เริ่มระบาดหนักแล้วใช่ช่วงนั้น

ส่วนผมเริ่มดูในคืนวันเสาร์ 28 พฤศจิกายน 2020 นี่เอง เหตุผลที่ดูก็เพราะเห็นติด TOP10 ในประเทศไทย และที่สำคัญมีพากษ์ไทยด้วย ก็เลยทำให้ง่ายในการตัดสินใจเปิดดู

ด้วยความไม่เคยดูตัวอย่างมาก่อนหน้านี้ เลยเดาเอาไว้ว่าน่าจะเป็นหนังผีเกาหลีและน่าจะเป็นผีโทรศัพท์บ้านแน่ๆเลย แต่พอเริ่มดูจริงๆ แล้วก็ผิดคาดแฮะ… ไม่มีผี มีแต่ปิศาจร้ายในใจคนเท่านั้นเอง (ถ้าดูตัวอย่างแต่แรกก็คงรู้ไปแล้ว 😆)

แต่การที่ไม่ได้ดูตัวอย่างตั้งแต่แรกก็ทำให้การดูหนังเรื่องนี้สนุกขึ้นไปอีก เพราะหนังเรื่องนี้แม้เนื้อเรื่องจะมีเรื่องการย้อนเวลามาเกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่ได้ทำออกมาให้ดูยากแบบเรื่อง DARK แต่เป็นการดำเนินเรื่องแบบเบสิคๆ ไม่ต้องแอดวานซ์เรื่องนี้ก็มั่นใจว่าดูได้รู้เรื่องแน่ๆ ที่สำคัญคาดเดาได้ยาก และ ลุ้นตลอดเวลา มีฉากน่าเบื่อมาให้เห็นน้อยมาก

งานภาพและ CG ถือว่าอยู่ในระดับที่รับได้ แม้เนื้อเรื่องออกจะแนวไซไฟระทึกขวัญ แต่ CG ก็ไม่ได้มีผลในการเล่าเรื่องเท่าไหร่นัก เพราะเนื้อเรื่องหลักๆ อยู่ในนักแสดงนำในโปสเตอร์นั่นแหละครับ

พัก ชิน-ฮเย (Park Shin-hye/박신혜) กับบทตัวละคร “ซอยอน” แสดงในเรื่องนี้หรือเรียกว่าแบกไว้ทั้งเรื่องได้ดีเลยก็ได้ ไม่ได้รู้จักหรือดูหนังของ พัก ชิน-ฮเย มากนัก ก่อนหน้านี้ก็เคยเห็นในหนังซอมบี้เกาหลี #ALIVE นั่นแหละ แต่นั่นไม่ได้โดดเด่นเท่าเรื่อง The Call เลย

จุน จงซอ (Jeon Jong-seo/전종서) กับตัวละคร “ยองซุก” เพื่อนต่างเวลาของ “ซอยอน” สามารถถ่ายทอดความผิดปกติทางจิตออกมาได้ดีเลยทีเดียว ดูไม่เยอะเว่อร์ๆ แบบที่นักแสดงจากเกาหลีหรือเอเซียที่มักจะพบเห็นบ่อยๆ 

กับเนื้อเรื่องในระหว่างที่ดูนั้น อดคิดถึงหนังในปี 2000 ที่ดูบ่อยๆ ใน HBO อย่างเรื่อง “Frequency/เจาะเวลาผ่าความถี่ฆ่า” ที่แสดงนำโดย เดนนิส เควด และ จิม คาวีเซล เรื่องที่ว่าด้วยลูกชายติดต่อกับพ่อในอดีตผ่านวิทยุสื่อสาร โดยพยายามจะเปลี่ยนแปลงอดีตเหมือนในเรื่อง The Call 

แต่พอไปค้นดูใน wiki กลับกลายเป็นว่า เรื่องนี้ดัดแปลงจากภาพยนตร์ที่สร้างมาแล้วจากประเทศเปอร์โตริโก้ ในปี 2011 ที่ชื่อเรื่องว่า The Caller ต่างหาก แอบเดาว่าอาจได้แรงบันดาลใจจาก Frequency (2000) มาอีกทีก็ได้นะ 🤣

ตัวอย่างภาพยนตร์ The Call : สายตรงต่ออดีต


Leave a Reply