Skip to content

Coming Back To Life – Pink Floyd | การตื่นรู้และกำเนิดใหม่จากห้วงลึกสุดของจิตใจ

เวลาที่ใช้อ่าน : 2 นาที

มนุษย์เราทุกคนล้วนต้องเคยเผชิญกับช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุดในชีวิต ช่วงเวลาที่เรารู้สึกเหมือนตัวตนถูกแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน และจิตใจแหลกสลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดี การจมอยู่กับความเจ็บปวดในอดีตมักจะดึงเราให้ดำดิ่งลงไปในความเงียบเหงา แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นบททดสอบสำคัญที่รอคอยให้เราค้นพบ “แสงสว่าง” เพื่อที่จะก้าวเดินต่อไป สำหรับคอเพลงสากลที่รักในการเสพความหมายและกำลังมองหารีวิวเพลงที่สะท้อนถึงการเยียวยาจิตใจ เพลง Coming Back To Life ของคณะ Pink Floyd คือหนึ่งในผลงานชิ้นเอกที่ถ่ายทอดเรื่องราวของการหลุดพ้นจากความมืดมิด และการกลับมาหายใจอย่างเต็มปอดได้อีกครั้งอย่างงดงามที่สุด

เบื้องหลังท่วงทำนองแห่งการเยียวยาและแรงบันดาลใจจากความรัก

หากเจาะลึกถึงที่มาของเพลงนี้ในช่วงยุคอัลบั้ม The Division Bell หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับภาพลักษณ์ของ Pink Floyd ที่มักจะเต็มไปด้วยเนื้อหาเชิงปรัชญา การเมือง หรือความแปลกแยกทางสังคม แต่ Coming Back To Life กลับมีความเป็นส่วนตัวและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งอย่างประหลาด เดวิด กิลมอร์ (David Gilmour) มือกีตาร์และนักร้องนำผู้เป็นเสาหลักของวงในยุคนั้น เป็นผู้จรดปลายปากกาเขียนเนื้อร้องและแต่งทำนองเพลงนี้ขึ้นมาด้วยตัวเองทั้งหมด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น กิลมอร์ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตส่วนตัว ทั้งความล้มเหลวในชีวิตคู่ครั้งก่อนและความกดดันมหาศาลจากการแบกรับชื่อเสียงของวง แต่ราวกับฟ้าหลังฝน เขาได้พบกับ พอลลี่ แซมซัน (Polly Samson) ผู้ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นภรรยาและคู่คิดคนสำคัญของเขา ความรักและความเข้าใจที่เธอหยิบยื่นให้เปรียบเสมือนแสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาในห้องที่ปิดตาย กิลมอร์แต่งเพลงนี้เพื่ออุทิศให้กับเธอ ผู้ที่ช่วยดึงเขาขึ้นมาจากห้วงเวลาอันเลวร้าย และทำให้เขาพร้อมที่จะทิ้งอดีตอันเจ็บปวดเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง ท่วงทำนองกีตาร์โซโล่ในช่วงต้นเพลงที่ค่อยๆ กรีดกรายอย่างอ้อยอิ่ง จึงเปรียบเสมือนการค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาพบกับเช้าวันใหม่ที่งดงาม

ความหมายของเพลง: บทสนทนาระหว่างความบอบช้ำและการปลดแอก

ความหมายเพลง Coming Back To Life คือการพรรณนาถึงการเดินทางของจิตวิญญาณ เนื้อเพลงท่อนแรกๆ เริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามถึงความโดดเดี่ยวและการถูกทอดทิ้งในยามที่เขาเจ็บปวดที่สุด ราวกับเป็นการตัดพ้อต่อใครบางคนในอดีต หรืออาจจะเป็นการตัดพ้อต่อโชคชะตาที่ปล่อยให้เขาต้องเผชิญกับความรู้สึกไร้หนทางเพียงลำพัง เขาเฝ้ามองวันเวลาที่ผ่านพ้นไปจากหน้าต่างบานเดิม จมอยู่กับคำพูดและการกระทำที่คอยหลอกหลอน

แต่เมื่อบทเพลงดำเนินไป ทัศนคติของผู้เล่าเรื่องก็เริ่มเปลี่ยนแปลงจากการจมปลักอยู่กับความเจ็บปวด กลายเป็นการหันหน้าเข้าหาแสงสว่าง เขาปฏิเสธที่จะถูกจองจำด้วยคำพูดของผู้อื่น และเลือกที่จะจ้องมองตรงไปยังดวงอาทิตย์ที่สาดแสง เป็นสัญลักษณ์ของการยอมรับความจริง การตระหนักรู้ และการมองเห็นความหวัง ช่วงเวลาแห่งความเงียบงันที่เขาได้ใช้ความคิดทบทวนสิ่งต่างๆ ได้บ่มเพาะ “เมล็ดพันธุ์แห่งการเปลี่ยนแปลง” ให้เติบโตขึ้นในใจ จนนำไปสู่บทสรุปที่ทรงพลังที่สุด นั่นคือการตัดสินใจปลิดชีพความทรงจำอันเลวร้ายในอดีต เพื่อแลกกับการได้กลับมามีชีวิตและมีจิตวิญญาณที่สมบูรณ์อีกครั้ง

แปลเนื้อเพลง Coming Back To Life – Pink Floyd

Where were you when I was burned and broken | คุณอยู่ที่ไหนในยามที่ผมแหลกสลายและมอดไหม้
While the days slipped by from my window watching | ในขณะที่วันเวลาล่วงเลยผ่านไปขณะที่ผมได้แต่เฝ้ามองจากหน้าต่าง
And where were you when I was hurt and I was helpless | และคุณหายไปไหนในตอนที่ผมเจ็บปวดและไร้ซึ่งหนทาง
Because the things you say and the things you do surround me | เพราะทุกคำพูดและทุกการกระทำของคุณยังคงวนเวียนหลอกหลอนอยู่รอบตัวผม

While you were hanging yourself on someone else’s words | ในขณะที่คุณปล่อยให้ตัวเองยึดติดอยู่กับคำพูดของคนอื่น
Dying to believe in what you heard | ทุรนทุรายเพียงเพื่อจะเชื่อในสิ่งที่คุณได้ยินมา
I was staring straight into the shining sun | ส่วนผมนั้นกำลังจ้องมองตรงไปยังดวงอาทิตย์ที่สาดแสง

Lost in thought and lost in time | ล่องลอยไปในห้วงความคิดและหลงทางอยู่ในกาลเวลา
While the seeds of life and the seeds of change were planted | ในขณะที่เมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตและการเปลี่ยนแปลงได้ถูกหว่านลงไปในใจ
Outside the rain fell dark and slow | เบื้องนอกนั้นสายฝนร่วงหล่นอย่างมืดมนและเชื่องช้า
While I pondered on this dangerous but irresistible pastime | ขณะที่ผมครุ่นคิดถึงช่วงเวลาอันแสนอันตรายแต่มิอาจต้านทานนี้

I took a heavenly ride through our silence | ผมได้เดินทางท่องไปบนสรวงสวรรค์ผ่านความเงียบงันระหว่างเรา
I knew the moment had arrived | และผมรู้ได้ทันทีว่าช่วงเวลานั้นได้เดินทางมาถึงแล้ว
For killing the past and coming back to life | ช่วงเวลาแห่งการปล่อยอดีตทิ้งไป และกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง

แสดงความคิดเห็น : Kitchen Rai

Your email address will not be published. Required fields are marked *


Optimized by Optimole