Skip to content

อเมริกาเริ่มได้รับวัคซีนต้านโควิด แต่เรายังวนเวียนอยู่แต่ในข่าวไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อ

เมื่อวันก่อน (9 ม.ค.64) ลูกพี่ลูกน้องที่อยู่ในแคลิฟอร์เนียได้รับวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัท Moderna (โมเดอร์น่า)เข็มแรกเป็นที่เรียบร้อย แล้วก็จะมาโพสท์อัพเดทเรื่อยๆ ในระหว่างรอเข็มที่ 2 ในอีก 28 วันถัดไป

แหม่..ยังกะชื่อหนัง 28 Days Later เลยนะครับ วันครบกำหนดของเข็มที่ 2 เนี่ย

น้องสาวก็โพสท์แชร์ไว้ว่า 2 วันแรกก็มีอาการปวดจากแผลที่ฉีดยาบ้าง คล้ายๆ กับเวลาได้รับการฉีดยาไข้หวัดใหญ่ทั่วไป และ อาการผลข้างเคียงยังไม่มีให้เห็น ใช้ชีวิตได้ปกติอยู่

แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ ปีที่แล้วน้องสาวบอกว่าตัวเองนั้นไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วยอะไรเลยตลอดปีที่แล้ว ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังตามฉบับนิวนอร์มอลนั่นแหละครับ

แต่ก่อนจะฉีดวัคซีนนั้น ก็ได้ตรวจหาแอนติบอดี(Antibody)ในร่างกาย ก็พบว่า “เคยมีเชื้อโควิด-19” ในร่างกาย นั่นแปลว่า น้องสาวเคยติดเชื้อโควิด-19 แต่ไม่แสดงอาการนั่นเอง

ก็เลยคิดว่าโรคระบาดครั้งนี้ ยังไงเราก็ต้องทำใจอยู่กับมันไปอีกประมาณนึง ตรวจวันนี้ไม่เจอโควิด ก็ใช่ว่าพรุ่งนี้จะไม่เจอ ดังนั้นดูแลตัวเองให้ดีให้ห่างไกลจากโควิด แต่ก็อย่าถึงขั้นหวาดระแวงอย่างที่ข่าวในเมืองไทยออกกันเลย

ย้อนกลับมาดูที่เมืองไทยยังหวาดระแวงการติดเชื้อโควิดกันจนเกินไป ส่วนนึงก็เพราะข่าวที่นำเสนอ แต่ส่วนใหญ่ๆ ก็ความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการของภาครัฐนั่นแหละ ที่ทำให้ประชาชนหวาดวิตกกันจนเกินเหตุ

แอบคิดไปเองว่า ทางรัฐต้องการกดตัวเลขให้ต่ำเข้าไว้ด้วยเหตุผลบางประการ ซึ่งคิดว่าถ้าเราตรวจเชิงรุกกันทั้งประเทศ ตัวเลขยังไงมันก็ต้องออกมามากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้อยู่แล้ว

และล่าสุดเหตุเกิดในสถานที่ทำงาน แค่พนักงานคนนึงไปตรวจพบโควิด ก็เป็นข่าวใหญ่โตปิดตึกทำงานกันเลยทีเดียว หากมองว่าเป็นการป้องกันที่ดีผมก็มองว่าใช่แหละ แต่ผมคิดว่ามันตีวงกว้างไปไหม?

ตึกที่ทำงานมี 2 ตึก ตึกแรกประมาณ 10 กว่าชั้น ตึกที่สอง 30 กว่าชั้น และพนักงานคนที่เป็นโควิดเข้ามาออฟฟิศแค่วันเดียวในวันที่ 5 ม.ค. ก่อนปีใหม่ก็ไม่ได้เข้ามาออฟฟิศเลยด้วยซ้ำ แต่เพื่อความปลอดภัยและสบายใจ ก็เลยปิดทั้งตึก และ มีบริการตรวจให้กับผู้มีความเสี่ยงสูง (ผู้ที่ใกล้ชิดพนักงานคนนั้นนั่นแหละ แต่ผมก็ไม่ได้รู้จักเค้าหรอกนะ)

นี่แค่บริษัทในตึกเดียวนะครับผลกระทบจากการป้องกันก็ยังมีเหมือนกัน พอเป็นระดับจังหวัด ระดับประเทศประชาชนจะเจ็บช้ำกันแค่ไหน

ถามลูกพี่ลูกน้องอีกคนที่อยู่รัฐโอคลาโฮมา ว่าเวลาที่อเมริกาเค้าออกข่าวโควิด เค้าลงข่าวคนที่ติดโควิดว่าไปที่โน่นที่นี่วันไหนเวลาไหนบ้างไหม?

น้องก็บอกว่า ส่วนตัวไม่ค่อยอยากดูข่าวหรอก เพราะยิ่งดูเรายิ่งวิตกจนเกินไป แต่เท่าที่เห็นข่าวก็ไม่ได้ลงละเอียดขนาดที่ถามหรอก (อาจด้วยเหตุผลด้านความส่วนตัวและเสี่ยงถูกฟ้องกลับ) ส่วนใหญ่ก็รายงานเป็นตัวเลขที่เราๆ เห็นกันนั่นแหละ

และยังบอกอีกว่าเพื่อนร่วมงานก็ติดโควิด บริษัทก็ให้พักไปรักษาตามอาการ ที่ทำงานก็ทำงานกันเหมือนเดิมไม่ถึงขั้นกับต้องปิด แค่มาทำความสะอาดโต๊ะและสิ่งที่คาดว่าเค้าจะไปสัมผัสจากพนักงานคนนั้น

ส่วนเพื่อนร่วมงานที่อยู่กลุ่มเสี่ยง ที่สนิทหรือใกล้ชิดกัน ที่ทำงานก็ส่งไปตรวจ แต่ถ้ายังทำตัวเข้าขั้นเสี่ยงต่อการติดเชื้อบ่อยๆ ทางบริษัทก็อาจจะไม่จ่ายเงินวันที่หยุดได้เช่นกัน

ผมคิดว่า ทัศนะคติในเรื่องการติดเชื้อโควิดต้องลดความหวาดระแวงลงบ้าง แต่ต้องไม่ละเลยการดูแลตัวเองดีๆ และภาวนาให้วัคซีนใช้ได้ผล และกระจายให้เราๆ ได้เข้าถึงวัคซีนเป็นขั้นพื้นฐานก็เป็นพอ

เลิกคิดตีวงกว้างๆ ว่ามาจากจังหวัดโน่นนี่นั่นแล้วต้องคิดว่าเป็นโควิดเสมอไป บางทีไอ้คนที่พูดๆ หลอนๆ อยู่นั่น ก็อาจจะติดเชื้อแล้วไม่รู้ตัวก็ได้


Leave a Reply