Skip to content

ป๊าด 888 แรงทะลุนรก | หนังที่ดูแล้วเศร้า แต่ไม่ใช่เศร้าเพราะเนื้อเรื่อง

เห็นติด TOP10 ใน Netflix เมื่อวาน ก็เลยลองเปิดใจดูสักครั้ง กับภาพยนตร์ของ พจน์ อานนท์ เรื่อง “ป๊าด 888 แรงทะลุนรก” ที่เข้าฉายไปตั้งแต่ ปี 2559 โน่นแล้ว

แต่หลังจากลองดูแล้ว ก็พบว่า เป็นไปอย่างที่คิด ก็บอกตามตรงว่า รสนิยมกับหนังแบบนี้ ไม่ค่อยถูกโฉลกเท่าไหร่หนัก

มีความรู้สึกถึงการจับยัดที่มากไป การถ่ายทำก็เหมือนอย่างกับว่า ไม่มีบทยังไงยังงั้น… (จริงๆ อาจมีนั่นแหละ)

คือรู้สึกเหมือนปล่อยให้นักแสดงเล่นกันไปเรื่อยๆ เก็บภาพไปเรื่อยๆ แล้วค่อยไปคัดเลือกเอากันทีหลัง (แอบเดานะ 555)

เลยเอาเป็นว่า ไม่ถูกใจนั่นแหละ ถ้าให้คะแนนเต็มสิบ ก็คงให้ได้ [1/10] ให้ได้เท่านี้จริงๆ แล้วหากใครถามควรดูมั้ย ก็บอกเลยว่า อย่าเสียเวลาดูเลย เนื้อเรื่องไม่ได้ให้อะไรเราจริงๆ นอกจากมุขตลกแบบนานๆ ขำที

แล้วที่เกริ่นไว้ดูแล้วเศร้า คือ เศร้าอะไร ?

เศร้ากับระบบขนส่งมวลชนในประเทศไทย ซึ่งในหนังปี (2559/2016) กันแล้ว แต่ดูรถเมล์บ้านเราสิ จนถึงในปีที่เขียน (2563/2020) ก็ตามที

ซึ่งหลายชีวิต ต้องฝากชีวิตกับการเดินทางกับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะกันแบบนี้ไปกันถึงเมื่อไหร่ ? ไม่ว่าจะเป็น สภาพรถ, คุณภาพของคนขับและคนให้บริการ ฯลฯ

ลองเอาหนังเทียบกับหนังกันก่อนก็ได้ เอาจากหนังที่น่าจะได้รับแรงบันดาลใจเลยล่ะ ก็เรื่อง SPEED “เร็วกว่านรก” ที่ออกฉายไปเมื่อปี 2537/1994 หรือ 22 ปีที่แล้วเทียบกับเวลา ป๊าด 888 ที่ออกฉาย

ซ้ายจากภาพยนต์ SPEED (1994) – ขวาจากภาพยนต์ป๊าด 888 (2016)

รถเมล์ปี 2016 แล้ว ยังดูล้าหลังกว่ารถเมล์ปี 1994 เสียอีก ที่ดูแล้วอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการได้แย่กว่าตั้งเยอะ เอาตั้งแต่ประตูทางขึ้นก็รู้แล้วครับ หากเคยก้าวขึ้นรถเมล์บ้านเราจะนึกออกเลย ต้องใช้พลังในการก้าวขึ้น และ เสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุระหว่างขึ้น-ลงอีกด้วย

และอีกอย่าง ในปี 1994 ในหนังเรื่อง Speed นั้น ที่อเมริกาเค้ามี CCTV ในรถเมล์กันแล้ว ไม่ใช่แค่ติดกล้องไว้อย่างเดียวด้วยนะ ดูผ่านออนไลน์กันอีกต่างหาก !!

แต่ในไทยในปัจจุบัน เข้าใจว่าเริ่มมีบ้างแล้ว แต่ดูแล้วก็ยังห่างไกลกับประเทศที่เจริญแล้วอีกมากโข!

เลยรู้สึก ทั้งเศร้าใจทั้งเหนื่อยใจกับ ทั้งหนังทั้งระบบขนส่งมวลชน


Leave a Reply

Your email address will not be published.