Skip to content

Dazed and Confused / ปาร์ตี้เกรียนๆ ของวันเกรียนๆ [รีวิว]

Dazed and Confused  หรือชื่อไทยในเนตฟลิกซ์ว่า “ปาร์ตี้เกรียนๆ ของวันเกรียนๆ” เป็นภาพยนต์แนววัยรุ่น “coming of age” หรือช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อนั่นล่ะครับ ที่ออกฉายไปตั้งแต่ปี 1993 (พ.ศ.2536) ถ้าเทียบกับภาพยนตร์ไทยช่วงระหว่างปีแถวๆ นั้นก็ประมาณเรื่อง “กระโปรงบานขาสั้น“, “ปีหนึ่งเพื่อนกันและวันอัศจรรย์ของผม“, หรือละครช่อง 7 อย่าง “อรุณสวัสดิ์” แต่ถ้าไม่นับช่วงเวลาเท่าที่นึกออกก็น่าจะเป็น “เกรียนฟิคชั่น” หรือถ้าเป็นของต่างประเทศก็แนวๆ เรื่อง “The Perks of Being a Wallflower”, “Almost Famous” ไม่ก็ปาร์ตี้คืนจบภาคการศึกษาเหมือนกันก็เรื่อง “Can’t Hardly Wait“ ประมาณนี้ล่ะครับ

หนังเรื่อง Dazed and Confused แม้จะออกฉายในปี ’93 แต่ในโลกของภาพยนตร์นั้นถูกเล่าให้ย้อนกลับไปในปี ’76 (ย้อนไป 17 ปี) ซึ่งเวลาในหนังจะเล่าถึงวันสุดท้ายของภาคเรียนของโรงเรียนมัธยมที่ออสติน, เท็กซัส ซึ่งจะเล่าเรื่องแนวความคิด ความต้องการ ในช่วงก้าวพ้นวัยของตัวละครต่างๆ การเป็นที่ยอมรับของทั้งหญิงและชาย ด้วยการแอบหนีออกจากบ้านตอนกลางคืนเพื่อไปปาร์ตี้ หรือ การจบ junior high school (เทียบได้ก็ ม.ต้น) ก็จะโดนพี่ๆ จาก High School (ม.ปลาย) มารอรับน้อง ซึ่งดูหนังตรงนี้ก็ไม่แปลกใจว่า ระบบรับน้องมหาลัยในไทย น่าจะมีอิทธิพลจากมาฝั่งอเมริกาด้วยเหมือนกัน

ในเมื่อหนังถูกเซ็ตในปี ’76 แน่นอนมันจะมาพร้อมการแต่งกายตามยุคสมัย, รถยนต์, สถานที่แฮงค์เอ้าท์ของวัยรุ่น และ บทเพลงประกอบภาพยนต์เรื่องนี้ โคตรจะร็อคเลยครับ แม้หนังในตอนต้นเรื่องจนถึงกลางเรื่องจะดูเกรียนๆ ซึ่งน่าจะเป็นความต้องการของผู้กำกับอยากแสดงให้เห็นถึงความ ดิบ ห่าม ไม่ยั้งคิดของวัยนั้น แต่ในเมื่อพวกเค้าได้รับประสบการณ์ในวัยนั้น มันอาจทำให้เค้ามีความคิดที่เปลี่ยนไปในวัยผู้ใหญ่ก็เป็นไปได้ หรือไม่ก็ใช้ชีวิตช่วงวัยรุ่นให้มันคุ้มค่า ก่อนที่จะโตและผ่านมันไป โดยไม่ได้ลิ้มรสมันด้วยความเสียดาย ซึ่งหนังดำเนินเรื่องจนไปถึงจบเรื่องได้ดีจริงๆ

ดูแล้วรู้สึก อิ่มเอม และ อบอุ่นใจ ตามแบบฉบับลายเซ็นต์ของผู้กำกับ ริชาร์ด ลินเคลเตอร์ (Richard Linklater)

Richard Linklater

ลำพังบอกแค่ชื่ออาจนึกไม่ออก แต่ถ้าบอกว่าหนังดราม่าโรแมนติกซ์ไตรภาค ลองเทค-บทพูดยาวๆ อินๆ เลิฟๆ เลิกๆ อย่างเรื่อง Before Sunrise (1995), Before Sunset (2004) และ Before Midnight (2013) ที่ใช้นักแสดงคนเดิมทั้ง 3 ภาค หรือหนังตลกเบาสมองแต่อิ่มเอมเพลงร็อคอย่างเรื่อง School of Rock (2003)  ไม่ก็หนังโปรเจคที่ต้องให้เวลาถ่ายทำถึง 12 ปีกับเรื่อง Boyhood (2014) ซึ่งทั้งหลายเหล่านี้เป็นฝีมือกำกับโดยแกแล้วล่ะก็ น่าจะการันตีอะไรได้หลายๆ อย่างแล้วนะครับ

ตัวอย่างงานของ Richard Linklater

นอกนั้นเรายังจะได้พบกับเหล่าดารามาแสดงในเรื่องที่หน้าตายังเอ๊าะๆ ก่อนที่จะมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นไปอีกอย่าง Ben Affleck, Milla Jovovich, Matthew McConaughey, Jason London, Cole Hauser, Parker Posey, Adam Goldberg, Joey Lauren Adams, Nicky Katt, และ Rory Cochrane ซึ่งหลายๆ คนยังโลดแล่นอยู่ในจอเงินและจอแก้ว แถมระดับท็อปๆ อีกต่างหาก

โดยชื่อหนัง อาจจะคุ้นตาหากเป็นแฟนเพลง วง Led Zeppelin ซึ่งตัวผู้กำกับเองแกก็ซี้กับวงล่ะครับ และพยายามขอเพลง “Rock and Roll” มาใช้ในเครดิตตอนจบเรื่อง สมาชิกของวงอย่าง Jimmy Page อนุญาติให้ใช้แล้ว แต่ติดตรงนักร้องนำอย่างเฮีย Robert Plant ปฏิเสธไปเสียก่อน ก็เลยแห้วไปตามระเบียบ ซึ่งตรงนี้บอกก่อนเลยว่า เป็นการยากมากๆ ที่จะนำเพลงจาก Led Zeppelin มาใช้ประกอบภาพยนต์ (ในช่วงปีนั้น) ซึ่งมีหนังเรื่อง Fast Times at Ridgemont High ปี 1982 ได้ใช้เพลง Kashmir ก่อนที่จะข้ามไปปี 1998 โน่นเลย กับหนังเรื่อง Small Soldiers จากนั้นถึงได้ยินเพลงของ Led Zeppelin เยอะขึ้นในโลกภาพยนตร์บ้าง

อีกอย่าง ถ้าจะให้การันตีความน่าที่ต้องดูของหนังเรื่องนี้ คือ เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ในดวงใจของผู้กำกับอย่าง เควนติน ทารันติโน่  เลยล่ะ!!! ตอนนี้ใน NETFLIX ยังมีให้รับชมอยู่ มีซับไทยด้วยนะ อย่าช้านะวัยรุ่น!!!


Leave a Reply