ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) ช่วงเวลาที่วงการเพลงไทยกำลังคุกรุ่นไปด้วยกระแส “อัลเตอร์เนทีฟ” เด็กวัยรุ่นยุคนั้นต่างตื่นตาตื่นใจกับดนตรีทางเลือกใหม่ๆ นอกเหนือจากเพลงป๊อปตลาด แต่ท่ามกลางเสียงกีตาร์แตกพร่าและดนตรีร็อกหนักหน่วง มีอัลบั้มหนึ่งที่โผล่ขึ้นมาพร้อมปกเทปสุดประหลาด—รูป “นมปลอมที่มีหนาม”
นั่นคืออัลบั้มแรกของ Yokee Playboy (โยคีเพลย์บอย)
จำได้ว่าช่วงนั้นน่าจะเป็นช่วงปลายปีหรือปิดเทอม เพื่อนแถวบ้านซื้อเทปม้วนนี้มาฟังแล้วทำหน้างงๆ ก่อนจะส่งต่อมาให้ผม ด้วยความที่ปกมันชวนพิศวง (ข้างในปกยิ่งงงหนักเข้าไปอีก) บวกกับชื่อวงที่ฟังดูขัดแย้งในตัว ผมที่พอจะคุ้นชื่อ “โป้-ปิยะ ศาสตรวาหา” มาบ้างจากการเป็นมือเบสแบ็คอัพให้ อรอรีย์ และเพลง ทางออก ในละคร ไอ้คุณผี ทางช่อง 3 จึงตัดสินใจลองเปิดใจฟัง

จาก “หน้าแขก” สู่ “โยคีเพลย์บอย”
ความสงสัยแรกที่ผุดขึ้นมาคือ ชื่อวงมันเกี่ยวกับอะไร? สมาชิกในวงเป็นแขกหรือเปล่า? ยิ่งเห็นชื่อสมาชิกอย่าง ปาเดย์ และ เปาซี แถมยังมีเพลงชื่อ “รามซิงค์ เรดิโอ” อีก มันชวนให้คิดเตลิดไปไกล
จนกระทั่งมารู้ความจริงในภายหลังว่า ที่มาของชื่อวงนั้นเรียบง่ายแต่กวนโอ๊ยสุดๆ คือสมาชิกแต่ละคนในวงดันมีหน้าตาคมเข้มเหมือนแขกกันหมด เลยใช้คำว่า “โยคี” แต่ด้วยบุคลิกส่วนตัวที่เป็นคนสนุกสนาน ขี้เล่น ไม่ได้ถือศีลกินเจเคร่งครัด เลยจับมาผสมกับคำว่า “เพลย์บอย” กลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวและเป็นเอกลักษณ์มาจนถึงทุกวันนี้
ดนตรีที่มาก่อนกาล (และความคาดหวังที่ผิดพลาด)
สารภาพตามตรงว่าการกดเล่นครั้งแรก ผมมีความคาดหวังแบบเด็กวัยรุ่นยุค 90s ที่เสพติดความดิบของโมเดิร์นด็อก หรือความเกรี้ยวกราดแบบซีเปีย (โดยเฉพาะเมื่อเห็นชื่อ ปาเดย์ มือเบสที่เคยอยู่ซีเปียชุดแรก มาร่วมวง) ผมแอบหวังว่าจะได้ยินซาวด์พังก์ร็อกหนักๆ
แต่สิ่งที่ได้ยินกลับเป็นอะไรที่ “ไม่ใช่” สิ่งที่คิดเลย
เสียงกีตาร์ไม่ได้สาดกระจาย แต่มันคือส่วนผสมของ Indie Pop, Soul, Funk, R&B, Jazz และกลิ่นอาย Motown ยุค 70s ที่เข้มข้น เสียงกลองถูกมิกซ์ออกมาได้ชัดและ “ดิบ” ในแบบที่ต่างออกไป เครื่องเป่าถูกจัดวางอย่างประณีต มันคือความ “แพง” และ “ลึก” ที่เด็กมัธยมในวันนั้นอาจจะยังเข้าไม่ถึง

รสชาติที่ “ยิ่งฟัง ยิ่งอร่อย”
อัลบั้มชุด “นมหนาม” นี้แปลกประหลาด ตอนฟังครั้งแรกอาจจะชอบแค่ไม่กี่เพลง แต่เชื่อไหมว่านี่คือหนึ่งในไม่กี่อัลบั้มที่ผมฟังต่อเนื่องยาวนานจากปี 39 มาจนถึงยุค Streaming ในปัจจุบัน
เหตุผลคือ “เสน่ห์ของเนื้อเพลง” ภาษาที่โป้ใช้ในวัยเพียง 20 ปี (ตอนนั้นยังเรียน ป.ตรี) มันช่างสละสลวย แยบคาย และไม่เลี่ยนแบบเพลงรักดาษดื่นทั่วไป มันคือบทกวีที่ซ่อนอยู่ในดนตรีโซล
Track-by-Track Highlights:
- อยู่มานาน
เสียงอินโทรกีต้าร์ไม่แน่ใจว่าอคูสติกหรือกีต้าร์ไฟฟ้า ตีคอร์ดเท่ๆ เรียบๆ ง่ายๆ 3 คอร์ด กับเสียงกลองที่รัวอย่างเมามัน ในช่วงท้ายจะได้พบการโซโล่กีต้าร์ที่ดุเดือด ในเพลงนี้มีคำร้องที่มีเนื้อหาบ่นรำพันถึงความเปลี่ยนแปลง แต่มีท่อนที่โคตรเท่ๆ ฟังแล้วรู้สึกสะดุดมากๆ
อ่อนโยนเหมือนแสงสีเทาที่สายตา
หากเธอได้มองและลองหยุดดู
คงมีใครรู้หมายความ
ซึ่งโป้ได้อธิบายถึงเพลงนี้ไว้ว่า “เป็นมุมมองชีวิตของตัวเองซึ่งเจอมาตั้งแต่เล็กจนโต เนื้อร้องอาจจะฟังดูแล้วซีเรียสไปนิด แต่ว่าจะได้แง่คิดจากการฟังเพลงนี้”
- โม้
เพลงฟั้งก์ร็อคพร้อมประสานด้วยเครื่องเป่า และแน่นอนว่าเนื้อหาและคำร้องยังมีความคมคายและเฉียบคม เลือกการใช้คำออกมาได้ดีและลงตัวได้ดีมาก ด้านดนตรีช่วงท้ายมีการปล่อยท่อนบรรเลงประสานกันไปจนจบเพลง แต่ส่วนตัวทำนองของเพลงมีกลิ่นอายของเพลง Fame ของ David Bowie ในอัลบั้ม Young American (1976) หน่อยๆ
- ทางแยก
เพลงช้าที่เพราะมากๆ เพลงนึงของโยคีเพลย์บอย และถือว่าเป็นลายเซ็นเลยก็ว่าได้ เนื้อร้องว่าด้วยวิถีของคนเราที่สุดท้ายมันก็ต้องมาถึงบนทางแยก ใช้การเปรียบเปรยออกมาได้ดีจริงๆ ทางด้านดนตรีออกไปทางแนวโซล-ป๊อปอารมณ์เหงาๆ โดยเฉพาะเครื่องเป่าบรรเลงในตอนจบเหงาจับใจรู้สึกได้ถึงการจากลาเลยจริงๆ
- พระจันทร์วันนี้
เพลงที่ร็อคและเร็วที่สุดในอัลบั้มนี้แล้ว มีท่อนโซโล่กีต้าร์ที่เด็ดแบบกีต้าร์ฮีโร่อยู่ด้วย เป็นเพลงที่ “เป็นเอก รัตนเรือง” ใช้เป็นเพลงในการที่กลุ่มมาเฟียซ้อมพ่อของปูใน “ฝัน บ้า คาราโอเกะ” ที่เป็นเอกได้แรงบันดาลใจจาก Reservoir Dogs (1992)… แต่ส่วนตัวนั้นชอบท่อนบริดจ์ของเพลงนี้มาก
ลองหาหนทางนำฉันไป
หลับยิ้มพริ้มพรายให้กับฝันร้าย
ทางที่เลือกเดินอาจสายฉันไม่สนวันที่หนทางยังแสนไกล
ทางเดินต้องเจอคนอีกมากมาย
ฝากความคิดลอยประปรายไปกับใคร
ใครสักคน
มันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกได้ดีจริงๆ เลยครับ
- ความจริง
เพลงช้าๆ ดนตรีแบบโมทาวน์ มีเอฟเฟ็คท์กีต้าร์เสียง TREMOLO ฟังแล้วได้ความรู้สึกแปลกใหม่คล้อยตามอารมณ์เพลงได้อย่างดี แม้ว่าจะเป็นเพลงช้าก็ตาม
- รามซิงก์ เรดิโอ
ทำนองแบบภารตะผสมความล้ำๆ ลงไปนิดหน่อย กับการร้องออกไปทางเกรี้ยวกราด และ เสียงร้องประสานโหยหวนของ “ริค” เข้ามาด้วย ด้านเนื้อเพลงน่าจะเป็นการเปรียบเปรยเส้นเบลอๆ ระหว่างความประหลาดและความบ้า
- วิก
สำเนียงแบบร็อค 70s เลยทีเดียว แต่ผสมเสียงเบสแบบฟั้งก์นิดๆ เสียงร้องประสานแบบ R&B ส่วนท่อนฮุคจะปรับให้เบาลงจากเสียงกีต้าร์แตกๆ เป็นเสียงคลีนแบบ Reverb และท่อนร้องที่ไพเราะมาก เนื้อร้องเป็นการเปรียบเปรยของการขาดความมั่นใจดั่งคนที่หัวล้านก็สามารถหาวิกมาสวมใหม่ปิดบังเส้นผมที่หายได้ เพลงนี้ในตอนท้ายจะคล้ายๆ ในหลายเพลงจะเป็นการโชว์ภาคดนตรีบรรเลงไปจนจบเพลง แต่ใน Spotify จะแยกท่อน 1:07 นาทีออกมาเป็นเพลงใหม่ชื่อ “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น – Instumental”
- ตอนนี้
เพลงช้าอีกเพลงนึงในอัลบั้มที่ค่อนข้างป็อปอย่างชัดเจน ฟังได้สบายๆ แอบคิดว่าเป็นเพลงใน 2 Days Ago Kids ก็ยังได้เลย ส่วนอารมณ์เพลงนั้นมีความรู้สึกความผิดหวังอยู่ในบทเพลง เนื้อร้องมีความคมคาย เปรียบเปรยได้อย่างน่าฉงน เช่น
จบแล้วก็อยากเปิด ปิดแล้วก็ไม่อยากไป
- ฉันคล้ายเขาใช่ไหม
ริฟท์กีต้าร์ร็อคๆ พร้อมด้วยเครื่องเป่าประสานเป็นเมโลดี้ เพลงนี้โป้ค่อนข้างเค้นอารมณ์ในการร้องเพื่อให้เข้าอารมณ์ของเนื้อร้องออกมาได้อย่างดี
- คำตอบ
อะคูสติกฟังสบายๆ คลอด้วยเสียงแซ็กโซโฟน ร้องด้วยสบายๆ เนื้อหาฟังง่ายแม้ไม่ได้เปรียบเปรยอะไรซับซ้อน แต่ก็ยังคงความคมคายของเนื้อร้องไว้ได้อย่างดี ให้ข้อคิดเกี่ยวเรื่องของเพื่อน ที่บางทีเรามักมองไม่เห็นความสำคัญของคนใกล้ตัว จนวันนึงเมื่อพบปัญหาแต่เพื่อนนั้นก็ยังอยู่เคียงข้างเสมอไม่ไปไหนนั่นแหละครับ

บทสรุปของตำนาน
แม้ในวันที่วางแผง อัลบั้มนี้อาจไม่ได้เปรี้ยงปร้างถล่มทลายในแง่ยอดขาย แต่กาลเวลาได้ทำหน้าที่เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า งานเพลงชุดนี้ “ทรงคุณค่า” เพียงใด มันคือรากฐานที่แข็งแรงของวงการเพลงอินดี้ไทย และเป็นมาสเตอร์พีซของเด็กหนุ่มวัย 20 ที่ชื่อ โป้ โยคีเพลย์บอย
ความคลาสสิกของมันยืนยันได้จากคอนเสิร์ต YOKEE PLAYBOY RE-STAGE 1996 ในปี 2024 ที่บัตรขายหมดเกลี้ยง พิสูจน์ว่าแฟนเพลงยังคงโหยหาซาวด์ดนตรีดิบๆ แต่อบอุ่นจากอัลบั้ม “นมหนาม” นี้อยู่เสมอ
เครดิตในอัลบั้ม
ใหญ่-ยิ่งใหญ่ หุณชนะเสวีย์ : กลอง
ปาเดย์-ภาณุ กันตะบุตร : เบส
ซี-เปาซี มามะ : กีตาร์
โป้-ปิยะ ศาสตรวาหา : กีต้าร์ & ร้องนำ
ที่มา :
- ศิลปนิพนธ์ “ออกแบบนิเทศศิลป์เพื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ศิลปิน วงโยคี เพลย์บอย” โดย รพี พิเชียรภาคย์
- https://readthecloud.co/yokee-playboy/
- Facebook: YOKEE Playboy

อยากจะเขียนอะไรก็เขียนอ่ะครับ แต่มีผู้ช่วยเขียนเป็น A.I. หากเขียนผิดหรือตกหล่นไปก็ขออภัยล่วงหน้านะครับ



